เหตุผลและที่มา
จากข้อมูลการสำรวจปริมาณการใช้น้ำมันภายในมหาวิทยาลัย พบว่า ในปีงบประมาณ
2543 มหาวิทยาลัยมีการใช้น้ำมัน 22,252 ลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่าย 484,164.12
บาท โดยแยกเป็นน้ำมันสำหรับรถยนต์ 18,072 ลิตร และเป็นน้ำมันสำหรับใช้ในเครื่องจักร
4,180 ลิตร มหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน
น้ำมันเป็นทรัพยากรที่มีการใช้สูงมาก ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำมันและการที่น้ำมันมีราคาสูงขึ้น
มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม การประหยัดน้ำมันจึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องการรณรงค์ให้มีการประหยัดน้ำมัน
โดยลดการใช้น้ำมันส่วนกลางลง 5 % เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัย
และเป็นการลดการนำเข้าน้ำมัน และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง
ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้รถยนต์ใน มจธ.มีเพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนรถที่ติดสติกเกอร์ในมหาวิทยาลัยทั้งหมด
1,147 คัน โดยแยกเป็นรถเจ้าหน้าที่ จำนวน 937 คัน และรถนักศึกษาจำนวน
210 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน 2544) ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้และบำรุงรักษารถที่ถูกวิธี
หากมีการ
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถดูแลและแก้ไขปัญหารถเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองแล้ว
จะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่น้อยกว่า 3 % หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมันที่ใช้ลดลงวันละ
172 ลิตร (หากคิดเทียบจากปริมาณการใช้น้ำมันโดยเฉลี่ย 50 กิโลเมตรต่อคันต่อวัน
โดยมีการใช้น้ำมัน เฉลี่ย 10 กิโลเมตรต่อลิตร จะได้ว่าคนในมหาวิทยาลัยมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ
5,735 ลิตร)
มหาวิทยาลัยยังมีปัญหาเรื่องบริเวณที่จอดรถ เนื่องจากไม่มีการจัด Parking
zone ที่เหมาะสมและเพียงพอ ซึ่งมหาวิทยาลัยควรมีการจัดการเรื่องนี้ให้ดีขึ้น
เพื่อจัดระบบการใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยให้ใช้ประโยชน์สูงสุด และเป็นการจำกัดจำนวนรถยนต์ที่จะนำมาจอดภายในมหาวิทยาลัยด้วย
จากผลการสำรวจปริมาณการใช้จักรยานในมหาวิทยาลัยคิดเป็น 12 % ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด
ซึ่งคิดเป็นจำนวนการใช้จักรยานประมาณ 900 คัน เนื่องจากเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ของมหาวิทยาลัย
ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นิยมใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางเพิ่มขึ้น
แต่ยังขาดการรวมกลุ่มนักศึกษาผู้ใช้จักรยาน ซึ่งหากรวมกลุ่มกันได้จะสามารถรณรงค์ให้เกิดการใช้จักรยานแพร่หลายในวงกว้าง
อันจะก่อให้เกิดผลในการอนุรักษ์พลังงานได้อีกทางหนึ่ง จากผลการสำรวจจากแบบสอบถาม
มีผู้สนใจเข้าร่วมในชมรมจักรยานประมาณ 50 % ของจำนวนผู้ใช้จักรยาน ทางมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นสมควรสนับสนุนให้มีการก่อตั้งชมรมจักรยานขึ้น
เพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
นอกจากนี้ยังพบว่า นักศึกษาที่มีจักรยานใช้ บางครั้งปั่นจักรยานคนเดียวโดยไม่มีผู้โดยสาร
และมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับนักศึกษาเดินทางเท้าติดรถไปด้วยกันได้ เพื่อเป็นการเติมโอกาสที่ขาดหายและเชื่อมความสัมพันธ์น้องพี่นักศึกษา
ทางมหาวิทยาลัยจึงจัดโครงการจักรยานผูกโบว์ขึ้น ซึ่งจักรยานของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับโบว์ผูกไว้ที่
Handle bar เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเต็มใจรับส่งผู้โดยสารที่โบกรถ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาหันมาใช้จักรยานมากขึ้น
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีที่จอดจักรยานได้ 400 คัน ซึ่งยังไม่เพียงพอกับจำนวนจักรยานที่มีอยู่
ทำให้นักศึกษาพบกับปัญหาจักรยานสูญหาย เป็นผลทำให้นักศึกษาไม่สนใจที่จะมีจักรยานไว้ใช้อีก
หากมีการจัดทำที่จอดจักรยานพร้อมโซ่คล้องจักรยานเพื่อป้องกันการสูญหาย
และเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในมหาวิทยาลัย จะทำให้นักศึกษามีการใช้จักรยานมากขึ้น