Summary
108
วิธีประหยัดพลังงาน อีกหนทางช่วยชาติ ของคนไทย:
ข้อมูล : โครงการหาร 2 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
บทนำ
ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติ
เราเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เกือบสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ประชาชนคนไทยทั้งหลาย ต่างก็มีความห่วงใยในประเทศชาติ
มีความรักชาติที่เข้มข้น และ อยากที่จะช่วยชาติ
ซึ่งนับว่าเป็นความสามัคคีที่ต้องจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์
เพราะจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ในยามคับขันคนไทยพร้อมจะ
ช่วยชาติ บ้างก็นำเงินดอลล่าร์มาบริจาค บ้างก็สละเงินทอง
ทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้หนี้ แต่ยังมีอีกวิธีที่ทุกๆ
คนสามารถช่วยชาติได้เช่นกัน นั่นก็คือ การลดการใช้พลังงานอย่าง
ฉับพลันทันที ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้น้ำมันลง ลดใช้ไฟฟ้าลง
หรือ ลดใช้น้ำลง ปัจจุบัน เราต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศถึง
ปีละเกือบสามแสนล้านบาท มากถึงหนึ่งในสามของหนี้ที่เรามีอยู่
พลังงานที่เราใช้มากมายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้
พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้มากเกินความจำเป็น
ขาดความ เอาใจใส่ รอบคอบ ไม่ได้คิดก่อนใช้ ทำให้เกิดการรั่วไหล
สูญเปล่า ไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ แล้ว
หากเรารอบคอบกันสักนิด คิดก่อนใช้ เราจะประหยัดพลังงานลงได้อีกอย่างน้อยก็ร้อยละ
10 นั่นหมายถึง การประหยัดเงินที่ต้องใช้จ่ายออกไปนอกประเทศ
เกือบสามหมื่นล้านบาททีเดียว 108 วิธีประหยัดพลังงานที่ท่านอ่านอยู่นี้
จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นคู่มือ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยได้เข้าใจถึงการใช้
พลังงานอย่างถูกต้อง ไม่เกิดการสูญเสีย ไม่ใช้มากเกินความจำเป็น
การลดการใช้พลังงานของพวกเราทุกคน ย่อมหมายถึงการมีส่วน
ได้ช่วยชาติ โดยที่เราแทบไม่ต้องออกแรง หรือ ทรัพย์สินเงินทอง
อื่นใด เพียงความใส่ใจและความตั้งใจจริงที่จะลดการใช้พลังงาน
ส่วนเกินให้หมดไปเท่านั้น ปี 2541 ถึง ปี 2542
เป็นช่วงเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ
ได้จัดให้เป็นช่วงเวลาของการรณรงค์ ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน
ภายใต้โครงการรวมพลัง หาร 2 โดยใช้ แนวความคิดของการประหยัด
1 คัน 1 ดวง และ 1 แก้ว ซึ่งมีราย ละเอียดของแนวความคิดดังที่จะได้กล่าวต่อไป
1 คัน ปลายปี 2540 ประเทศไทย มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ทั้งหมด
2.1 ล้านคัน รถยนต์แต่ละคัน ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ
100 บาท ถ้ารถทุกคันงดการใช้รถยนต์เหล่านี้สัปดาห์ละ
1 วัน จะสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ = 2.1 ล้านคัน
x 100 บาท = 210 ล้านบาท/สัปดาห์ = ประหยัดเงิน
10,920 ล้านบาท/ปี (210 ล้านบาท x 52 สัปดาห์)
1 ดวง ประเทศไทยมีครัวเรือนรวมประมาณ 12 ล้านครัวเรือน
หากแต่ละครอบครัวช่วยกันปิดไฟ 1 ดวง (หลอดไส้
60 วัตต์) เป็นเวลา 1 วัน เราจะประหยัดไฟได้ 4
ล้าน กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน=(60 วัตต์ x 6 ชม*
x 12 ล้านครัวเรือน) ค่าผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 1
หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) คือ 2.2 บาท (รวมค่าพลังงานที่ใช้
และการก่อสร้างโรงไฟฟ้า) การประหยัดไฟ 4 ล้านหน่วย/วัน
จึงคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 8.8 ล้านบาท/วัน หรือ
3,212 ล้านบาทต่อปี=(8.8 ล้านบาท x วัน) * ครอบครัวหนึ่งเปิดหลอดไส้
ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน
1
แก้ว การลดการใช้น้ำคนละ 1 แก้ว/วัน ประเทศไทยจะสามารถประหยัดน้ำได้
30,000 ตัน/วัน =(0.5 ลิตร x 60 ล้านคน) หรือเท่ากับน้ำ
11,000 ล้านลิตร/ปี เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำประปาคือ
8.60* บาท/ลูกบาศก์เมตร (หรือ 8.60 บาท/1,000
ลิตร) การลดการใช้น้ำ 1 แก้วทุกวัน จะประหยัดเงินได้
94.6 ล้านบาท/ปี =(11 ล้านตัน x 8.6 บาท/หน่วย)
* ข้อมูลจาก กองเผยแพร่ การประปานครหลวงสูตรงายๆ
อย่างนี้ หากพวกเราคนไทยทุกคน ร่วมมือกัน เราจะช่วยชาติประหยัดเงินทองที่จะ
ต้องใช้ซื้อหาพลังงานได้มหาศาล เป็นการกอบกู้
เศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง เริ่มต้น ปฏิบัติสูตรง่ายๆ
ข้างต้นตั้งแต่วันนี้แล้วปฏิบัติให้ เป็นนิสัยตลอดไป
เพื่อเก็บรักษาพลังงานที่เหลือน้อย เอาไว้ใช้นานๆ
และเพื่อลดภาระของประเทศชาติ ในการจัดหาพลังงานมาให้พวกเราใช้กันนอกจากสูตรง่ายๆ
ข้างต้นแล้ว สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
ขอมอบ 108 วิธีการประหยัดพลังงานที่คนไทยทุกคน
สามารถที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ได้โดย
ไม่ยากลำบากอะไร ไว้เป็นแนวทางเพื่อให้ทุกคน นำไปปฏิบัติให้เป็นนิสัยตลอดไป
โดยเริ่มต้น ตั้งแต่วันนี้ แล้วทำต่อๆ ไป ทุกๆ
วัน และแนะนำ ให้คนอื่นได้ร่วมประหยัดพลังงานด้วย
วิธีประหยัดน้ำมัน
1. ตรวจตราลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนเกินไปนั้น
ทำให้ สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ายางที่มีปริมาณลมยางตามที่มาตรฐาน
กำหนด
2.
สับเปลี่ยนยาง ตรวจตั้งศูนย์ล้อตามกำหนด จะช่วยประหยัด
น้ำมันเพิ่มขึ้นอีกมาก
3.
ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนานๆ แค่จอดรถติดเครื่อง
ทิ้งไว้ 10 นาที ก็เสียน้ำมันฟรีๆ 200 ซีซี
4.
ไม่ควรติดเครื่องทิ้งไว้เมื่อจอดรถ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่
ขึ้นของ ลงของ หรือคอยคน เพราะการติดเครื่องทิ้งไว้
เปลืองน้ำมัน
และสร้างมลพิษอีกด้วย
5.
ไม่ออกรถกระชากดังเอี๊ยด การออกรถกระชาก 10 ครั้ง
สูญเสีย น้ำมันไปเปล่าๆ ถึง 100 ซีซี น้ำมันจำนวนนี้รถสามารถวิ่งได้ไกล
700 เมตร
6.
ไม่เร่งเครื่องยนต์ตอนเกียร์ว่างอย่างที่เราเรียกกันติดปากว่า
เบิ้ลเครื่องยนต์ การกระทำดังกล่าว 10 ครั้ง สูญเสียน้ำมันถึง
50 ซีซี ปริมาณ น้ำมันขนาดนี้รถวิ่งไปได้ตั้ง
350 เมตร
7.
ตรวจตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนด ควรตรวจเช็คเครื่องยนต์
สม่ำเสมอ เช่น ทำความสะอาดระบบไฟจุดระเบิด เปลี่ยนหัว
คอนเดนเซอร์ ตั้งไฟแก่อ่อนให้พอดี จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง
10%
8.
ไม่ต้องอุ่นเครื่อง หากออกรถและขับช้าๆ สัก 1-2
กม. แรก เครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่ต้องเปลืองน้ำมันไปกับการอุ่นเครื่อง
9.
ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด เพราะเครื่องยนต์จะทำงาน
ตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หากบรรทุกหนักมาก จะทำให้เปลืองน้ำมัน
และสึกหรอสูง
10.
ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน หรือคาร์พูล (Car pool)
ไปไหน มาไหน ที่หมายเดียวกัน ทางผ่านหรือใกล้เคียงกัน
ควรใช้รถคัน
เดียวกัน
11.
เดินทางเท่าที่จำเป็นจริงๆ เพื่อประหยัดน้ำมัน
บางครั้ง เรื่องบางเรื่องอาจจะติดต่อกันทางโทรศัพท์ก็ได้
ประหยัดน้ำมัน
ประหยัดเวลา
12.
ไปซื้อของหรือไปธุระใกล้บ้านหรือใกล้ๆ ที่ทำงาน
อาจจะเดิน หรือใช้จักรยานบ้าง
ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ทุกครั้ง
เป็นการ ออกกำลังกายและประหยัดน้ำมันด้วย
13. ก่อนไปพบใคร ควรโทรศัพท์ไปถามก่อนว่าเขาอยู่หรือไม่
จะได้ ไม่เสียเที่ยว ไม่เสียเวลา ไม่เสียน้ำมันไปโดยเปล่าประโยชน์
14.
สอบถามเส้นทางที่จะไปให้แน่ชัด หรือศึกษาแผนที่ให้ดี
จะได้ไม่หลง ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองน้ำมันในการวนหา
15.
ควรใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ อินเตอร์เน็ท
หรือใช้ บริการส่งเอกสาร แทนการเดินทางด้วยตัวเอง
เพื่อประหยัดน้ำมัน
16.
ไม่ควรเดินทางโดยไม่ได้วางแผนการเดินทาง ควรกำหนด
เส้นทาง และช่วงเวลาการเดินทางที่เหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมัน
17.
หมั่นศึกษาเส้นทางลัดเข้าไว้ ช่วยให้ไม่ต้องเดินทางยาวนาน
ไม่ต้องเผชิญปัญหาจราจร ช่วยประหยัดทั้งเวลาและประหยัดน้ำมัน
18.
ควรขับรถด้วยความเร็วคงที่ เลือกขับที่ความเร็ว
70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 2,000-2,500 รอบเครื่องยนต์
ความเร็วระดับ
นี้ ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า
19.
ไม่ควรขับรถลากเกียร์ เพราการลากเกียร์ต่ำนานๆ
จะทำให้ เครื่องยนต์หมุนรอบสูงกินน้ำมันมาก และเครื่องยนต์ร้อนจัด
สึกหรอง่าย
20.
ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น
เช่น การทำให้เกิดการต้านลมขณะวิ่ง หรือทำให้เครื่องยนต์
ไม่ สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี
21.
ไม่ควรใช้น้ำมันเบนซินที่ออกเทนสูงเกินความจำเป็นของ
เครื่องยนต์ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
22.
หมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
ไส้กรองอากาศ ตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อประหยัดน้ำมัน
23.
สำหรับเครื่องยนต์แบบเบนซิน ควรเลือกเติมน้ำมันเบนซิน
ให้ถูกชนิด ถูกประเภท โดยเลือกตามค่าออกเทนที่เหมาะสมกับ
รถแต่ละยี่ห้อ (สังเกตจากฝาปิดถังน้ำมันด้านใน
หรือรับคู่มือที่ปั้ม น้ำมันใกล้บ้าน
24.
ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ยามเช้าๆ
เปิดกระจกรับความเย็นจากลมธรรมชาติบ้างก็สดชื่นดี
ประหยัด
น้ำมันได้ด้วย
25.
ไม่ควรเร่งเครื่องปรับอากาศในรถอย่างเต็มที่จนเกินความจำเป็น
ไม่เปิดแอร์แรงๆ จนรู้สึกหนาวเกินไป เพราะสิ้นเปลืองพลังงาน
วิธีประหยัดไฟฟ้า
26.
ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน
สร้าง ให้เป็นนิสัยในการดับไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง
27.
เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ดูฉลากแสดงประสิทธิภาพ
ให้แน่ใจทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ หากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์
5 ต้อง เลือกใช้เบอร์ 5
28.
ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน
1 ชั่วโมง สำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30
นาที สำหรับเครื่องปรับ
อากาศเบอร์ 5
29.
หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ
บ่อยๆ เพื่อลดการเปลืองไฟในการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
30.
ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส
ซึ่งเป็น อุณหภูมิที่กำลังสบาย อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น
1 องศา ต้องใช้พลังงาน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10
31.
ไม่ควรปล่อยให้มีความเย็นรั่วไหลจากห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับ
อากาศ ตรวจสอบและอุดรอยรั่วตามผนัง ฝ้าเพดาน
ประตู ช่องแสง และปิดประตูห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศ
32.
ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสาร หรือวัสดุอื่นใดที่ไม่จำเป็น
ต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อลดการสูญเสีย
และ ใช้พลังงานในการปรับอากาศภายในอาคาร
33.
ติดตั้งฉนวนกันความร้อนโดยรอบห้องที่มีการปรับอากาศ
เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าภายใน
อาคาร
34.
ใช้มูลี่กันสาดป้องกันแสงแดดส่องกระทบตัวอาคาร
และ บุฉนวนกันความร้อนตามหลังคาและฝาผนังเพื่อไม่ให้เครื่องปรับ
อากาศทำงานหนักเกินไป
35.
หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่
ห้องปรับอากาศ ติดตั้งและใช้อุปกรณ์ควบคุมการเปิด-ปิดประตู
ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
36.
ควรปลูกต้นไม้รอบๆ อาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่
1 ต้น ให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน
หรือให้ความเย็น
ประมาณ 12,000 บีทียู
37.
ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา
เพื่อ เครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
38.
ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับ
ดิน จะทำให้บ้านเย็น ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็น
จนเกินไป
39.
ในสำนักงาน ให้ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์
ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น.
จะสามารถประหยัด
ค่าไฟฟ้าได้
40.
ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเริ่มงาน
และควร ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกใช้งานเล็กน้อย
เพื่อประหยัดไฟ
41. เลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรอง
เพราะพัดลม ที่ไม่ได้คุณภาพ มักเสียง่าย ทำให้สิ้นเปลือง
42.
หากอากาศไม่ร้อนเกินไป ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับ
อากาศ จะช่วยประหยัดไฟ ประหยัดเงินได้มากทีเดียว
43. ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ใช้หลอดผอมจอมประหยัด
แทนหลอดอ้วน ใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ หรือใช้หลอด
คอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์
44.
ควรใช้บัลลาสต์ประหยัดไฟ หรือบัลลาสต์อิเล็กโทรนิกคู่กับ
หลอดผอมจอมประหยัด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัด
ไฟได้อีกมาก
45.
ควรใช้โคมไฟแบบมีแผ่นสะท้อนแสงในห้องต่างๆ เพื่อช่วยให้
แสงสว่างจากหลอดไฟ กระจายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทำให้ ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดไฟฟ้าวัตต์สูง ช่วยประหยัดพลังงาน
46.
หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟที่บ้าน เพราะจะช่วยเพิ่มแสงสว่าง
โดยไม่ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ควรทำอย่างน้อย
4 ครั้งต่อปี
47. ใช้หลอดไฟที่มีวัตต์ต่ำ สำหรับบริเวณที่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้
ทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอก เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า